คุณแม่เครียดกับทุกๆ เรื่องมากค่ะ
   หนู
   วันที่: 11/12/2006
   เวลา: 11:18

 
ดิฉันมีปัญหาในครอบครัวค่ะ คุณแม่เป็นหลายโรค ทั้งเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน เกาต์ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และคุณพ่อก็เพ่ิงเสียไปไม่นาน ปกติคุณแม่เป็นคนเครียดและชอบโวยวายเสียงดังอยู๋แล้ว สมัยที่พ่ออยู่ แม่ดูแลพ่อซึ่งไม่ค่อยแข็งแรงท่านก็ชอบดุคุณพ่อ และมักอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้แม้คุณพ่อจะเสียไปแล้วแต่ก็มีพี่สาวแม่ (คุณป้า) ซึ่งเป็น CVA ต้องคอยดูแลอีก คุณแม่ก็จะเครียดมาก ท่านเครียดไปทุกเรื่อง ลูกๆ บอกว่าจะหาจ้างคนมาดูแลป้า ท่านก็ไม่เอา เพราะเคยจ้างแล้วเขาทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ท่านก็ไม่ยอมจ้างคนมาอยู่บ้าน และก็หาคนยากด้วย
ทุกวันนี้ลูกๆ ทุกคนเครียดมาก พอเข้าบ้านก็มีแต่บรรยากาศที่ไม่ดี แม่ก็หน้าบึ้ง อารมณ์เสีย พูดเสียงดัง ตวาดตลอดเวลา (เป็นนิสัยส่วนตัวของแม่ด้วย) ลูกๆ แนะทำทางเลือกอย่างไรคุณแม่ก็ไม่เอาเลย ท่านยืนยันจะดูแลป้าเอง และดูแลทุกๆ เรื่องในบ้านเอง ลูกๆ ทุกคนอยากให้คุณแม่อยู่สบายๆ ไม่ต้องเครียด แต่ท่านก็ไม่ยอม แล้วท่านก็เครียดอยู่คนเดียว คิดแต่ว่าท่านต้องรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านอยู่คนเดียว
เวลานี้สามีดิฉันก็เครียดจนไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว เพราะเคยพูดกับคุณแม่ดีๆ แล้วคุณแม่ก็ไม่เคยเชื่อเลย เขาเคยโดนคุณแม่โวยวายใส่แล้วรู้สึกเครียด ทุกวันนี้เขาจะไปค้างบ้านของเขาเองค่อนข้างบ่อย และออกไปสังสรรค์กับเพื่อนทุกวัน เพราะเข้าบ้านดิฉันแล้วไม่มีใครยิ้มให้กันเลย ไม่เคยมีเสียงหัวเราะเลย ดิฉันเองก็เครียดทั้งเรื่องคุณแม่ และสามี ซึ่งทุกวันนี้ก็เกือบจะแยกบ้านกันอยู่แล้ว

ดิฉันอยากให้คุณแม่อารมณ์เย็นกว่านี้ และฟังคนอื่นๆ บ้าง และอยากเห็นท่านมีความสุขกับวัยเกษียณเหมือนคนอื่นๆ ค่ะ ดิฉันจะทำยังไงให้ท่านรับฟังคนอื่นๆ และปล่อยวางบ้่างคะ

   ความคิดเห็นจากคุณ drterd
    : drterd
   วันที่: 14/12/06
   เวลา: 16:15

 
น่าเห็นใจครับทั้งต้องกตัญญูและดูแลตนเอง
การจะเปลี่ยนแปลงด้วยการแนะนำนั้นไม่ง่ายยกเว้นจะเป็นคนที่แม่นับถือเช่นพระ ดังนั้นน่าที่จะใช้การรักษามากกว่าการพูดปรับอารมณ์ซึ่งใช้เวลา ผมเองเจอกับกรณีแบบนี้อยู่บ่อยๆและพบว่าการให้ทานยาต้านอารมณ์เศร้าร่วมกับยารักษาอาการทางจิตแบบอ่อนๆจะช่วยสงบอารมณ์ทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาก หากยอมกินยาก็ดีแต่หากยากก็จำเป็นต้องใช้เสมือนเป็นยาบำรุง(จิตใจและสมอง)ครับ เรื่องนี้น่าจะปรึกษาจิตแพทย์ใกล้บ้านเพื่อรักษาโดยเร็วไม่งั้นเดี๋ยวจะเครียดจนเกิดปัญหาอื่นอีก
เมื่อท่านได้ยาสัก 2-3 สัปดาห์มีอารมณ์ดีขึ้นบ้างค่อยชวนท่านไปมีกิจกรรม ไปทำบุญเข้าวัดให้สบายใจบ้างครับ

© 2004-2009 คลินิก สุขภาพใจ http://www.drterd.com
เลขที่ 20/22 ปากซอยลาดกระบัง 8 ถนนอ่อนนุช ลาดกระบัง กทม.โทร. 0 27278684

Contact Webmaster